หน้าข่าว

พด. จับมือภาคเอกชนจัดประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ เปิดเวทีถกนวัตกรรมดิน 4.0

วันที่ 21 กรกฎาคม 2560

headerพด. จับมือภาคเอกชนจัดประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ เปิดเวทีถกนวัตกรรมดิน 4.0header


         กรมพัฒนาที่ดินบูรณาการหน่วยงาน 2 สมาคม เป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 5 เปิดเวทีแลกความรู้แนวทางการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านดินและปุ๋ย สู่เกษตร 4.0 พร้อมส่งเสริมการพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ

         นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ดิน เป็นทรัพยากรที่สําคัญต่อภาคการเกษตรของประเทศไทย เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตอาหาร พืชพลังงานทดแทน และวัตถุดิบอุตสาหกรรมทางการเกษตร ซึ่งมีบทบาทหลักต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและภูมิคุ้มกันของประเทศ ปัจจุบันจํานวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ทําให้มีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรดินอย่างเข้มข้น มีการขยายพื้นที่ผลิตและบุกรุกพื้นที่ ป่าไม้ ส่งผลให้เกิดปัญหาดินเสื่อมโทรม และการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ถูกต้องเหมาะสมเพิ่มมากขึ้น การจัดการดินและปุ๋ยตามหลักวิชาการที่เหมาะสมสามารถรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินทําให้ดิน มีศักยภาพการผลิตเพิ่มขึ้นและผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้นได้ และยังมีบทบาทสําคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ดังนั้น การวิจัยพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีด้านดินและปุ๋ยจึงจําเป็นต้องมีการส่งเสริม สนับสนุน และสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่องในทุกภาคส่วน

         นายสุรเดช กล่าวว่า ดังนั้น กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกับสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย และสมาคมอนุรักษ์ดินและน้ำแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 5 หัวข้อ “ขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านดินและปุ๋ย ก้าวสู่...เกษตร 4.0” ระหว่างวันที่ 1-2 สิงหาคม 2560 ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซนเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิชาการจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรอื่นๆ ทั่วประเทศ ใช้เป็นเวทีเผยแพร่ผลงานวิจัย แลกเปลี่ยนความรู้
ความคิดเห็น และประสบการณ์ในสาขาวิชาด้านดินและปุ๋ย ส่งเสริมการพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพรวมทั้งเป็นเวที อภิปรายเสวนา สร้างความรู้และความเข้าใจถึงแนวทางการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านดินและปุ๋ยสู่เกษตร 4.0 ที่มีเป้าหมายการพัฒนาการเกษตรของประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกร เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมการปรับตัวและสร้างภูมิคุ้มกันภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกและมีการบริหารจัดการทรัพยากรดินที่มีความสมดุลและยั่งยืน

         นายสุรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กระแสโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความก้าวหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ขณะที่ประเทศมีแนวโน้มปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรดินเสื่อมโทรมลง ป่าไม้ถูกทําลาย ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ น้ําท่วม อุทกภัย มีความถี่และรุนแรงมากขึ้น ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เกษตรกรยากจนและไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ปัญหาขาดวัยแรง งานเกษตร ทําให้ต้นทุนการผลิตภาคการเกษตรสูงและราคาผลผลิตไม่แน่นอน รัฐบาลจึงมีแนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปภาค การเกษตรของไทยสู่เกษตร 4.0 เกษตรกรมั่งคั่ง ประเทศมั่นคงด้านอาหารและเกษตรกรรมยั่งยืน โดยมีความสอดคล้องกับโมเดลไทยแลนด์ 4.0 การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เน้นเทคโนโลยีความคิดสร้างสรรค์และบริการ เพิ่มขีดความสามารถของภาคการเกษตรของประเทศไทย โดยพัฒนาเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดปัจจัยต้นทุนการผลิตทางการเกษตร ลดสิ่งเหลือใช้และขยะ ใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพเท่ากับอัตราที่พืชต้องการและไม่มีการสูญเสีย ขณะเดียวกันส่งเสริมเกษตรกรให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร นําความรู้มาใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

         อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่...


footer

รูปข่าว