ระเบียบ
บทนำ  
           เนื่องด้วยประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อน มีฝนตกชุก การชะล้างพังทลายของดินมีมากทำให้พื้นที่การเกษตรและพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศต้องเสื่อมโทรมลง เป็นผลให้ผลผลิตการเกษตรต่ำ งานอนุรักษ์ดินและน้ำ ที่ทางราชการดำเนินการหลังปี พ.ศ. 2500 เป็นต้นมายังอยู่ในขอบเขตจำกัด เนื่องจากสาเหตุหลายประการ ด้วยเหตุนี้นักวิชาการอนุรักษ์ดินและน้ำสาขาต่าง ๆ มองเห็นความจำเป็นต้องตั้งสมาคมอนุรักษ์ดินและน้ำขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยมความคิดเห็น ประสบการณ์ต่าง ๆ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอันสามารถผลักดันงานอนุรักษ์ดินและน้ำ ที่ทางราชการทำอยู่ให้ดำเนินไปกว้างขวางยิ่งขึ้น อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นที่ยอมรับแก่รัฐและเกษตรกรทั่วไป
หมวด 1 ข้อความทั่วไป
ข้อ 1.
"สมาคมอนุรักษ์ดินและน้ำแห่งประเทศไทย" มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Soil and Water Conservation Society of Thailand
ข้อ 2.
การอนุรักษ์ดินและน้ำ ในข้อบังคับฉบับนี้หมายถึงการอนุรักษ์เนื้อดิน การรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินให้คงอยู่ การปรับปรุงดินให้เหมาะแก่การเพาะปลูก และการอนุรักษ์น้ำเพื่อการเกษตรและใช้สอยอื่น ๆ
ข้อ 3.
เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูปขั้นบันไดดิน แหล่งน้ำ และต้นไม้
ข้อ 4.
สำนักงานกลางของสมาคม ตั้งอยู่ที่ตึก กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
หมวด 2 วัตถุประสงค์  
ข้อ 5.
สมาคมมีวัตถุประสงค์
 
1.
เป็นแหล่งกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นประสบการณ์ในเรื่องการอนุรักษ์ดินและน้ำระหว่างนักอนุรักษ์ดินและน้ำ สาขาต่าง ๆ และผู้สนใจทั่วไป
 
2.
ส่งเสริม เผยแพร่และสนับสนุนให้มีการนำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำไปใช้ในไร่นาและพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ
 
3.
ส่งเสริม เผยแพร่และสนับสนุนให้มีการนำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำไปใช้ในไร่นาและพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ
 
4.
เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ดินและน้ำสาขาต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้นักวิชาการและผู้สนใจค้นคว้า
 
5.
ให้ความร่วมมือแก่หน่วยราชการ และสถาบันต่าง ๆ เกี่ยวกับดินและที่ดิน ให้มีการจัดการประโยชน์อย่างถูกต้อง ตามหลักวิชาการอนุรักษ์ดินและน้ำ
 
6.
ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนกิจกรรมของชมรมและสมาคม ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์การเกษตร และการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
หมวด 3 สมาชิกภาพ
ข้อ 6.
ประเภทสมาชิก สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท คือ
 
1.
สมาชิกสามัญ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เกษตรกร ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่สนใจในกิจกรรมของสมาคม
 
2.
สมาชิกสามัญ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เกษตรกร ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่สนใจในกิจกรรมของสมาคม
 
3.
สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ บุคคลหรือสถาบันที่ช่วยเหลือ หรืออาจอำนวยประโยชน์แก่การดำเนินงานของสมาคม ที่คณะกรรมการบริหารของสมาคมพิจารณาเห็นสมควร และเชิญเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
ข้อ 7.
การเข้าเป็นสมาชิก ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคม และจะเป็นสมาชิกประเภทใดโดยสมบูรณ์นับตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการบริหารสมาคมได้พิจารณาลงมติรับเข้าเป็นสมาชิก
ข้อ 8.
อัตราค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงกำหนดไว้ดังต่อไปนี้
 
ค่าลงทะเบียน
ค่าบำรุงปีละ
ตลอดชีพ
สมาชิกสามัญ
20 บาท
100 บาท
1,000 บาท
สมาชิกวิสามัญ
20 บาท
50 บาท
-
สมาชิกกิตติมศักดิ์
ไม่มี
ไม่กำหนด
-
ข้อ 9.
สมาชิกจะขาดจากสมาชิกภาพเมื่อ
 
1.
ตาย
 
2.
ลาออก
 
3.
พ้นจากสมาชิกโดยมติคณะกรรมการ เมื่อสมาชิกนั้นไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม หรือ กระทำการอันใดอันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียของสมาคมหรือสมาชกอื่น หรือถูกจำคุกโดยคำพิพากษาของศาล (เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือฐานประมาท) หรือถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย ไร้ความสามารถ หรือ เสมือนไร้ความสามารถ
หมวด 4 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก 
ข้อ 10.
สมาชิกมีสิทธิดังต่อไปนี้
 
1.
มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม
 
2.
มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมของสมาคม
 
3.
มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคม
 
4.
มีสิทธิรับเอกสารของสมาคมหรือบริการอื่น ๆ ที่สมาคมได้ดำเนินการ
 
5.
สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิ์เป็นกรรมการบริหารของสมาคม และมีสิทธิอื่น ๆ ภายใต้วัตถุประสงค์และข้อบังคับของสมาคม
ข้อ 11.
สมาชิกมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
 
1.
สมาชิกต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม และแจ้งให้นายทะเบียนทราบ เมื่อมีการย้ายที่อย
 
2.
สมาชิกต้องไม่กระทำการอันใด นำมาซึ่งความเสื่อมเสียของเชื่อเสียงของสมาคม และต้องรับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่ตนก่อให้เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินหรือชื่อเสียงของสมาคม
 
3.
สมาชิกต้องสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมของสมาคมให้บรรลุตาม วัตถุประสงค์ตามความในหมวด 2
หมวด 5 คณะกรรมการ  
ข้อ 12.
ประเภทคณะกรรมการ คณะกรรมการของสมาคมมี 2 ประเภท คือ
 
1.
คณะกรรมการบริหาร
 
2.
คณะกรรมการที่ปรึกษา
ข้อ 13.
คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยนายกสมาคมซึ่งเลือกตั้งโดยสมาชิกในที่ประชุมสามัญประจำปี และกรรมการอื่น ๆ ซึ่งนายกสมาคมเลือกจากสมาชิก เป็นกรรมการอีกไม่น้อยกว่า 25 คน และไม่เกิน 35 คน เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามที่เห็นสมควร
ข้อ 14.
คณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี เมื่อพ้นตำแหน่งให้ทำการส่งมอบบัญชี และทรัพย์สินแก่กรรมการชุดใหม่ภายใน 60 วัน
ข้อ 15.
คณะกรรมการบริหารชุดเดิม หรือกรรมการผู้หนึ่งผู้ใดอาจรับตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารในวาระต่อไปได้อีก
ข้อ 16.
กรณีนายกสมาคมขาดสมาชิกภาพตามข้อความในข้อ 9 หรือขอลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคม ให้อุปนายกสมาคมคนหนึ่งดำเนินการแทนต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง นายกสมาคมคนใหม่ และให้คณะกรรมการบริหารพิจารณาแต่งตั้งนายกสมาคมใหม่ภายใน 60 วัน เว้นแต่อายุของคณะกรรมการเหลือไม่ถึง 1 ใน 4
ข้อ 17.
กรณีที่คณะกรรมการบริหารของสมาคมพ้นจากตำแหน่งตามความในข้อ 9 หรือขอลาออกจากตำแหน่งให้กรรมการที่เหลือบริหารงานต่อไปจนกว่าจะครบวาระ เว้นแต่กรรมการที่เหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง และอายุของกรรมการเหลือเกิน 1 ใน 4 ให้นายกสมาคมคัดเลือกซ่อมจากสมาชิก ในกรณีที่กรรมการเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถประชุมคณะกรรมการได้ แต่อายุกรรมการเหลือไม่ถึง 1 ใน 4 ให้นายกสมาคมดำเนินการได้เท่าที่จำเป็นเร่งด่วน หรือที่เป็นงานต่อเนื่อง
ข้อ 18.
ให้มีการประชุมกรรมการบริหารอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง โดยให้นายกและอุปนายกสมาคมเป็นประธาน และต้องมีกรรมการประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จึงจะเป็นองค์ประชุม ในคราวนายก และอุปนายกไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานได้ให้กรรมการที่เข้าประชุม เลือกกรรมการด้วยกันคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ข้อ 19.
กรรมการบริหารจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งมีสิทธิ ขอให้เรียกประชุมคณะกรรมการได้เมื่อมีเหตุผลอันสมควรให้นายกสมาคมเรียกประชุม คณะกรรมการตามคำขอทันท
ข้อ 20.
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารมเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นแก่สมาคม เว้นแต่จะกระทำโดยประมาท หรือทุจริต
 
1.
บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
 
2.
ออกระเบียบวิธีการซึ่งไม่ขัดแย้งต่อวัตถุประสงค์และข้อบังคับของสมาคม
 
3.
แต่งตั้งถอดถอนอนุกรรมการเพื่อดำเนินกิจการของสมาคม เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นผลดี 
 
4.
นายกสมาคมมีหน้าที่ควบคุมกิจการของสมาคมและเป็นผู้แทนของสมาชิก ในกิจการที่เกี่ยวกับ บุคคลภายนอก อุปนายกมีหน้าที่ ทำการแทนนายกสมาคมเมื่อนายกไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติการได้ และเป็นผู้ช่วยนายกสมาคมปฏิบัติการใดๆ ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย
ข้อ 21.
การพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการ
 
1.
ถึงกำหนดออกตามวาระ
 
2.
ขาดจากสมาชิกภาพ
 
3.
ลาออกจากตำแหน่ง
 
4.
ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้พ้นจากตำแหน่ง
 ข้อ 22.
ในกรณีมีการเลือกตั้งซ่อม ให้กรรมการที่เข้ามารับหน้าที่แทนมีอายุต่อไปได้เท่าอายุกรรมการที่เหลือ แต่ถ้าเป็นการเปลี่ยนกรรมการชุดใหม่ตามมติที่ประชุมใหญ่ตามข้อ 21(4) อายุของกรรมการให้เริ่มใหม่นับจากวันเลือกตั้ง
ข้อ 23.
ในการบริหารงาน คณะกรรมการบริหารไม่ต้องรับผิดชอบเป็นส่วนตัวในความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นแก่สมาคม เว้นแต่จะกระทำโดยประมาท หรือทุจริต 
หมวด 6 การประชุมสามัญประจำปี   
ข้อ 24.
การประชุมสามัญประจำปี ให้มีปีละหนึ่งครั้ง เพื่อคณะกรรมการบริหารโดยสมาคมแถลงกิจการที่ได้กระทำไปในรอบปี และเสนองบดุลรับ - จ่าย ของสมาคมต่อที่ประชุม ตลอดจนเพื่อให้มีการปรึกษากิจการอื่น และเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ในกรณีที่ครบวาระ 
ข้อ 25.
คณะกรรมการบริหารอาจเรียกประชุมวิสามัญก็ได้ หรือสมาชิกแต่งตั้งหนึ่งในสี่ของทั้งหมดเข้าชื่อร้องขอให้มีการเรียกประชุมวิสามัญ คณะกรรมการบริหารต้องเรียกประชุมสมาชิกภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือร้องขอ 
 ข้อ 26.
การเรียกประชุมสามัญประจำปีต้องมีการจัดทำเป็นหนังสือ ระบุวัน เวลา สถานที่ ระเบียบวาระการประชุมแจ้งให้สมาชิกทุกคนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันประชุม เว้นแต่การเรียกประชุมวิสามัญต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน  
ข้อ 27.
ในการประชุมสามัญประจำปี หรือการประชุมวิสามัญ ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม และต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 100 คน จึงจะเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่สมาชิกไม่ครบองค์ประชุม ให้เรียกประชุมใหม่หลังจากเวลาได้ล่วงไปแล้วไม่น้อยกว่า 15 วัน แต่ต้องไม่เกิน 45 วัน นับแต่วันที่เลื่อนประชุมครั้งแรก ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมวิสามัญที่เกิดจากการร้องขอของสมาชิก ถ้าสมาชิกไม่ครบองค์ประชุมให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก สำหรับการประชุมครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ถือว่าครบองค์ประชุม 
ข้อ 28.
มติที่ประชุมสามัญประจำปีให้ถือเสียงข้างมาก สมาชิกคนหนึ่งมีสิทธิออกเสียงได้หนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ขาด 
หมวด 7 การเงินของสมาคม
ข้อ 29.
ให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้รับผิดชอบการเงินและทรัพย์สินของสมาคม และให้ฝากธนาคารที่คณะกรรมการบริหารเห็นชอบ โดยให้มีเงินสดหมุนเวียนไม่เกินครั้งละ 20,000 บาท และให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่าย ในกิจการเดียวกันได้ไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการสั่งจ่ายครั้งเดียวหรือหลายครั้ง กิจการใดที่จำเป็นต้องใช้จ่าย เกินกว่า 20,000 บาท ให้นายกสมาคมนำเสนอคณะกรรมการบริหารพิจารณาอนุมัต
ข้อ 30.
การสั่งจ่ายเช็คของธนาคาร ให้นายกสมาคม หรือ อุปนายกคนหนึ่งเป็นผู้ลงนามร่วมกับเหรัญญิก พร้อมทั้งประทับตราของสมาคม  
ข้อ 31.
ให้เหรัญญิกจัดทำบัญชีการเงินของสมาคมพร้อมใบสำคัญ และหลักฐานการรับ – จ่าย ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการบัญชี ตลอดจนเก็บรักษาไว้เพื่อตรวจสอบไม่น้อยกว่า 5 ปี  
ข้อ 32.
บัญชีของสมาคมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม หลังจากนั้นเหรัญญิกต้องทำบัญชีงบดุล เสนอผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคมตรวจสอบภายในเวลาอันสมควร เพื่อนำเสนอในที่ประชุมสามัญประจำปีพิจารณาให้ทันตามกำหนด 
ข้อ 33.
ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งสมาชิกสามัญ หรือจากบุคคลภายนอก ซึ่งมิใช่กรรมการบริหารของสมาคมเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ถ้าผู้ตรวจสอบบัญชีพ้นตำแหน่งด้วยเหตุใดๆ ก่อนทำการสอบบัญชีเสร็จ คณะกรรมการบริหารมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลอื่นที่มิใช่กรรมการของสมาคม ทำการสอบบัญชีแทนได้ 
ข้อ 34.
ผู้ตรวจสอบบัญชีมีอำนาจตรวจสอบเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน และการบัญชีของสมาคม และมีอำนาจสอบถามกรรมการบริหารและพนักงานของสมาคมเพื่อการดังกล่าว  
หมวด 8 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคม
ข้อ 35.
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคมจะกระทำได้โดยคณะกรรมการบริหาร หรือ โดยมติที่ประชุมสามัญประจำปีก็ได้ ซึ่งต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการหรือ จำนวนสมาชิกที่เข้าประชุม และจะมีผลบังคับเมื่อได้ประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วแจ้งให้สมาชิกทราบ 
หมวด 9 การเลิกสมาคม   
ข้อ 36. 
การเลิกสมาคมมีผลเมื่อสมาชิกสามัญลงมติด้วยการลงคะแนนเสียงเห็นชอบ เกินกว่าสองในสาม ของการประชุมวิสามัญตามระเบียบวาระการเลิกสมาคม 
 ข้อ 37.
กรณีที่ที่ประชุมมีมติให้เลิกสมาคมแล้ว ที่ประชุมพิจารณาแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อดำเนินการชำระบัญชี ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 45 วัน 
ข้อ 38.
สมาคมมีทรัพย์ที่เหลือจากการชำระบัญชีเมื่อเลิกสมาคมแล้วเท่าใด ให้มอบแก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกิจการ อนุรักษ์ดินและน้ำต่อไป  
 ข้อ 39.
เมื่อสมาคมเลิกให้ถือว่าทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกิจการของสมาคมเป็นอันสิ้นสภาพไปด้วย  

โทร. 0-2561-0773
email: swcst@ldd.go.th