ประเทศไทยตั้งอยู่ตอนกลางของคาบสมุทรอินโดจีนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ในระหว่างเส้นรุ้งที่ 5' 40'เหนือ และ 20' 30' เหนือ และในระหว่างเส้นแวงที่ 97' 22' ตะวันออก และ 105' 37' ตะวันออก มีเนื้อที่ ทั่วประเทศรวม 320,696,950 ไร่ หรือประมาณ 513,115 ตารางกิโลเมตร อาณาเขตทางทิศเหนือ ติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า และประเทศสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว ทางทิศตะวันออกติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทิศตะวันตก ติดต่อกับประเทศ สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดต่อกับประเทศกัมพูชา ประชาธิปไตย และทิศใต้จดประเทศมาเลเซีย ความยาวสูงสุดของประเทศในแนวเหนือ-ใต้ ประมาณ 1,620 กิโลเมตร ความกว้างมากที่สุด ในแนวตะวันออก-ตะวันตก ประมาณ 750 กิโลเมตร มีแนวชายฝั่งทะเลยาว 2,614 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 23 จังหวัดของประเทศ


          Mormann และ Rojanasoonthorn (1968) ได้จำแนกพื้นที่ของประเทศไทยออกเป็น 6 ภาคตามสภาพภูมิประเทศ โดยแต่ละภาคมีรายละเอียดดังนี้

          1.1 ที่ราบลุ่มภาคกลาง

          ที่ราบลุ่มนี้ครอบคลุมบริเวณภาคกลางของประเทศไทย มีภูเขาล้อมรอบทางด้านทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ส่วนทางทิศใต้จดอ่าวไทย พื้นที่ทางตอนใต้ของที่ราบลุ่มภาคกลางนี้ เป็นบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือที่เราเรียกกันว่าที่ราบลุ่มกรุงเทพฯ พื้นที่บริเวณนี้ เกิดจากการทับถมของตะกอนลำน้ำในยุควอเตอร์นารี่ ซึ่งทับถมกันลึกถึง 300 เมตร ในบริเวณกรุงเทพฯ ดินบนของที่ราบลุ่มกรุงเทพฯ นี้ประกอบด้วย ตะกอนลำน้ำใหม่และกลางเก่ากลางใหม่ ซึ่งจะทับถมในบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่กลอง ตอนกลางของที่ราบลุ่มกรุงเทพฯ จะเป็นบริเวณที่มี การทับถมของตะกอนน้ำกร่อย ส่วนบริเวณตอนใต้จะเป็นบริเวณที่มีการทับถมของตะกอนจากน้ำทะเล บริเวณตอนเหนือ และพื้นที่โดยรอบของที่ราบลุ่มกรุงเทพฯ จะมีเขากระโดดกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เฉพาะในบริเวณตอนเหนือนั้นจะพบ เนินตะกอนน้ำพารูปพัด ซึ่งเกิดจากการสะสมตัวของตะกอนในบริเวณที่มีการเปลี่ยนระดับของทางน้ำจากหุบเขาชันลงสู่ที่ราบ

         1.2 ที่ฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงใต้

          ฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงใต้มีอาณาเขตทางทิศเหนือเป็นภูเขา ทางทิศใต้และตะวันตกจดอ่าวไทย ทางทิศตะวันออกจดเทือกเขา บันทัด ซึ่งกั้นเขตแดนไทยและประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย บริเวณตอนกลางและบริเวณตะวันออกของภาค ฝั่งทะเลตะวันออก เฉียงใต้เป็นที่ราบสูงและภูเขา ซึ่งต่อเนื่องกับเทือกเขาคาร์ดามันที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย ส่วนพื้นที่ด้านตะวันตกและด้านทิศใต้จะเป็นลานตะพักลำน้ำ ที่เกิดจากการทับถมของตะกอนน้ำทะเล บริเวณตอนเหนือ จะเป็นลานตะพักลำน้ำที่เกิดจากการทับถมของตะกอนลำน้ำต่างๆ ทางทิศเหนือของภาคซึ่งเป็นลานตะพักลำน้ำ จะมีเทือกเขาสลับเป็นตอนๆ ที่ราบที่เกิดจากตะกอนลำน้ำมีน้อยมาก จะมีที่ราบที่เกิดจากอิทธิพลของ ตะกอนน้ำทะเล และน้ำกร่อย เป็นช่วงๆ โดยอยู่ถัดขึ้นมาจากฝั่งทะเลตั้งแต่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ไปจนถึงจังหวัดตราด ส่วนทางด้านตะวันตกของจังหวัดจันทบุรี ในเขตอำเภอท่าใหม่ จะพบที่ราบสูงที่เกิดจากหินเหลวเย็นตัวลง

         1.3 ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ

          ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอาณาเขตทิศเหนือและตะวันออกจดแม่น้ำโขง ทิศตะวันตกจดทิวเขาเพชรบูรณ์ ทิศใต้จดทิวเขา สันกำแพง และดงรัก ซึ่งเป็นแนวเขตของประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย พื้นที่ของภาคส่วนใหญ่จะเป็นลาน ตะพักลำน้ำที่เกิดจากแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่จะเป็นลานตะพักลำน้ำ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ ระดับต่ำ ระดับกลาง และระดับสูง ลานตะพักลำน้ำระดับต่ำจะพบ ในบริเวณลุ่มน้ำมูล ลานตะพักลำน้ำระดับกลางจะพบตอนเหนือของภาค ลานตะพักลำน้ำระดับสูงจะพบกระจัดกระจายทั่วไปทั้งภาคโดยเฉพาะในบริเวณหุบเขาของลุ่มน้ำมูลและชีลานตะพัก ลำน้ำ ระดับสูง จะพบมากที่สุดบริเวณตอนใต้ของจังหวัดนครราชสีมาบริเวณที่ราบตะกอนน้ำพัดพาจะพบตามสองฝั่ง ลำน้ำต่างๆ มีความกว้างแตกต่างกันไป บริเวณใดที่กว้างมากจะมีบึง หรือที่ลุ่มน้ำขังกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ตามบริเวณรอบนอก ของลุ่มน้ำมูลและตอนเหนือของภาคจะมีเขาและเทือกเขาหลายแห่ง นอกจากนี้ยังพบหินภูเขาไฟทางตอนใต้ของแม่น้ำมูล

            1.4 ภาคเทือกเขาสูงตอนกลาง

            ภาคเทือกเขาสูงตอนกลางนี้มีภูมิประเทศที่สลับซับซ้อน ประกอบด้วย ภูเขา ที่ราบสูง พื้นที่เกือบราบ และที่ลุ่มราบระหว่างหุบเขา ภาคนี้มีอาณาเขตเหนือติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และแม่น้ำโขง ทิศตะวันออกติดต่อกับภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศตะวันตกติดต่อกับเทือกเขาสูงภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงใต้ทิศใต้จดประเทศ กัมพูชา ประชาธิปไตย บริเวณตอนบนของภาคประกอบด้วย ภูเขา ที่ราบสูง และพื้นที่เกือบราบ ซึ่งโดยทั่วไปมีความสูงประมาณ 300 - 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล บริเวณที่เป็นที่ราบสูงจะมีสภาพภูมิประเทศเป็นลูกคลื่นลอนลาดถึงลอนชัน มีภูเขาที่ชัน มากแทรกขี้นเป็นระยะๆ รวมทั้งเขาหินปูนปะปนอยู่ บริเวณตอนกลางของภาคจะมีพื้นที่เกือบราบที่ภูมิประเทศเป็นลูกคลื่น ลอนลาด สลับกับเขาหินปูน ทางตอนเหนือของอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี จะพบพื้นที่หินภูเขาไฟ ส่วนทาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของภาคมีภูมิประเทศคล้ายคลึงกับตอนบน แต่มีความสลับซับซ้อนน้อยกว่า

            1.5 ภาคเทือกเขาสูงตอนเหนือและภาคตะวันตก

            ภาคนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ บริเวณเทือกเขาสูงตอนเหนือกับเทือกเขาสูงด้าน ตะวันตก บริเวณเทือกเขาสูงตอนเหนือประกอบด้วย เทือกเขาและที่ราบสูงที่มีลักษณะซับซ้อนเป็นสันยาวค่อนข้างขนานกันในแนวเหนือใต้ สลับกับที่ราบระหว่างหุบเขาทางตะวันตกของบริเวณเทือกเขาสูง ตอนเหนือนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเขาและเทือกเขา จะมีที่ราบสูงที่มีบริเวณค่อนข้างกว้าง และที่ลุ่มราบระหว่างหุบเขาเป็นบริเวณแคบๆ ส่วนทางตะวันออก ที่ลุ่มราบระหว่างหุบเขาจะมีความสำคัญต่อการเกษตร ได้แก่ ที่ลุ่มราบระหว่างหุบเขาบริเวณตัวเมืองเชียงรายลำพูน เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ และน่าน ในพื้นที่บริเวณนี้จะพบลานตะพักน้ำระดับต่างๆ ซึ่งจะพบการเกิดการชะล้างพังทลายของดินในลานตะพักน้ำค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังมีที่ราบตะกอนน้ำพาซึ่งเกิดจากการทับถมของตะกอนลำน้ำใหม่ และกลางเก่ากลางใหม่หลายแห่ง รวมทั้งบริเวณภูเขาที่เป็นเขาหินปูนและที่ราบสูงภูเขาไฟในเขตจังหวัดลำปางและแพร่ ซึ่งพบหินบาซอลที่สลายตัวในขั้นต่างๆในชั้นดินตื้น เทือกเขาด้านตะวันตกเป็นกลุ่มเขาหลายเทือก แต่ละเทือกประกอบด้วยทิวเขาหลายทิวที่ทอดยาวขยายตามแนวชายแดนไทยกับประเทศพม่า ตั้งแต่เส้นรุ้งที่ 18' เหนือในภาคเหนือ ลงมาจนถึงเส้นรุ้งที่ 12' เหนือในภาคใต้ มีทิวเขาที่ถูกแบ่งโดยหุบเขาแคบๆ และลึกจำนวนมาก เทือกเขาที่อยู่นอกสุดทางด้านตะวันตกก็คือตะนาวศรี ซึ่งเริ่มต้นจากเส้นรุ้งที่ 15' เหนือลงไปทางใต้ ทางตะวันออกของเทือกเขานี้จะเป็นเขตลุ่มน้ำแม่กลอง จะมีเทือกเขาหินปูนกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป จะพบที่ลาดเชิงเขาอยู่ในแนวเหนือเขาหินปูนกับที่ราบภาคกลาง

             1.6 ภาคใต้

            ภาคใต้ประกอบด้วยเขาและภูเขาจำนวนมากที่เรียงตัวต่อเนื่องกันไป มีเทือกเขาที่สำคัญทอดตัวตามแนวเหนือใต้อยู่ 2 แนว คือ เทือกเขาภูเก็ต ซึ่งอยู่ทางฝั่งทะเลตะวันตกของภาคใต้ และเทือกเขานครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเริ่มจากบริเวณเกาะเต่า ประมาณเส้นรุ้งที่ 10' เหนือ ลงไปจนจดประเทศมาเลเซีย ทางด้านประดังเบซาร์ เทือกเขานครศรีธรรมราชนี้มีความสำคัญต่อภาคใต้เป็นอย่างยิ่ง ภูมิประเทศของพื้นที่ ระหว่างเทือกเขาดังกล่าวประกอบด้วยภูเขาเตี้ยๆ ตะพักลำน้ำระดับต่างๆ และที่ราบซึ่งเกิดจากตะกอนน้ำพัดพา ที่ราบที่กว้างที่สุดจะเริ่มจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีถึงจังหวัดตรัง ทางด้านตะวันตกของภาคแนวชายฝั่ง และที่ราบจะแคบ ไม่เป็นระเบียบ เนื่องจากทะเลฝั่งตะวันตก เป็นฝั่งทะเลจมตัวจึงพบชวากทะเลเกือบตลอดแนวชายฝั่ง ตลอดจนเกาะแก่ง และหัวแหลมผาชัน ส่วนทางฝั่งทะเลตะวันออกจะมีหาดทรายที่ราบเรียบ จะมีที่ราบที่มีพื้นที่กว้างขวาง ได้แก่ บริเวณพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชจนถึงจังหวัดสงขลา ซึ่งรวมถึงหาดทรายหลายแห่ง แอ่งน้ำจืด และทะเลสาป

            ประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศแบบมรสุม สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ฤดูคือ (1) ฤดูหนาว เริ่มจากเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ (2) ฤดูร้อน เริ่มจากเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม (3) ฤดูฝน เริ่มจากเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ยกเว้นในบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของภาคใต้ ซึ่งฤดูฝนจะสิ้นสุดลงในเดือนธันวาคม เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยของประเทศไทยประมาณ 1,100 - 1,500 มิลลิเมตรต่อปี บริเวณที่ฝนตกมากที่สุดคือภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 2,000 มิลลิเมตรต่อปี และในบางท้องที่สูงถึง 4,000 มิลลิเมตร บริเวณที่มีฝนตกน้อยคือบริเวณเทือกเขาสูงตอนกลางของประเทศ ซึ่งฝนเฉลี่ยต่ำกว่า 1,000 มิลลิเมตรต่อปี ช่วงที่มีฝนตกชุกในระหว่างเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนตุลาคม อุณหภูมิของประเทศไทยในแต่ละฤดูจะแตกต่างกันไม่มากนัก ในบริเวณที่ภูมิประเทศเป็นที่ราบไม่สูง จากระดับน้ำ ทะเล ปานกลางมากนัก อุณหภูมิจะต่ำสุด ในฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนในเดือนมกราคมจะอยู่ระหว่าง 26' - 28.26' เซลเซียส ส่วนในฤดูร้อนระหว่างเดือนเมษายน อุณหภูมิจะอยู่ในช่วง 28' - 32' เซลเซียส แต่ในภาคใต้อุณหภูมิ เฉลี่ย รายเดือน จะอยู่ระหว่าง 26' - 30' เซลเซียสตลอดทั้งปี อุณหภูมิในพื้นที่ภูเขาของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะต่ำกว่าพื้นที่ราบเนื่องจากระดับความสูง โดยการใช้วิธีจำแนกสภาพภูมิอากาศของ Koppen ประเทศไทยสามารถ แบ่ง สภาพภูมิอากาศออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

            2.1 ภูมิอากาศแบบ Af หรือแบบฝนเมืองร้อนตลอดปี พื้นที่ซึ่งมีสภาพดินฟ้าอากาศแบบนี้จะอยู่ในบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในบางท้องที่ของบริเวณสองภาคนี้จะมีภูมิอากาศแบบ Am หรือแบบมรสุมเขตร้อน พื้นที่แบบ Af นี้จะมีฝนตกชุกตลอดปี ในเดือนที่แล้งที่สุดจะมีปริมาณฝนมากกว่า 60 มิลลิเมตร

            2.2 ภูมิอากาศแบบ Aw หรือแบบฝนเมืองร้อนเฉพาะฤดู พื้นที่ส่วนอื่นๆ ของประเทศจะมีภูมิอากาศแบบนี้ โดยมีฝนตกชุกระยะหนึ่งแล้วเป็นฤดูแล้ง ฤดูฝนกับฤดูแล้งจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ในเดือนที่แล้งที่สุดจะมีฝนน้อยกว่า 60 มิลลิเมตร