นอกจากแสดงปัญหาของดินเมื่อนำไปใช้ประโยชน์เฉพาะพืชแล้ว โปรแกรม SoilMan 1.0
ยังอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้เลือกทางเลือกในการจัดการดินปัญหาอีกด้วย ผู้ใช้สามารถเลือกวิธี
การจัดการดินปัญหาตามประเภทการจัดการดิน ชนิดพืช หรือกลุ่มพืช และบางกรณีตามกลุ่มชุดดิน
โดยโปรแกรมจะมีหน้าต่างเลือกวิธีการจัดการดินปัญหา (รูปที่ 2-20) เมื่อผู้ใช้เลือกแล้ว ราย
ละเอียดการจัดการดินปัญหาจะถูกส่งไปยังโปรแกรมย่อยที่พัฒนาให้แสดงผลในรูปแบบของเว็บ
โดยระบบจะทำ การส่งข้อมูลเหล่านี้ออกมาเป็น text file ที่มีชื่อว่า Manage.txt เพื่อส่งให้
โปรแกรมย่อยที่ชื่อว่า ManDoc.exe ทำการสร้างไฟล์ Html หลักเพื่อแสดงผลการจัดการดินปัญหา
รวมทั้งสร้างไฟล์ Html ย่อยในการจัดการดินปัญหาในระดับกลุ่มชุดดินถ้ากลุ่มชุดดินที่ระบุและ
การจัดการดินปัญหาระดับกลุ่มชุดดินนั้นมีข้อมูลสนับสนุน หากไม่มีข้อมูลในระดับกลุ่มชุดดิน
โปรแกรมก็จะสั่งให้แสดงการจัดการดินปัญหาในระดับพืชและพืชหลักต่อไป

รูปที่ 2-20 หน้าต่างเลือกวิธีการจัดการดินปัญหา
คำแนะนำในการจัดการดินปัญหาที่ใช้ในโปรแกรมนี้รวบรวมและเรียบเรียงจากรายงาน
ฉบับต่างๆ ของกรมพัฒนาที่ดินเป็นจำนวนมาก (ดูรายการจากเอกสารอ้างอิง) รายละเอียด
เหล่านี้ถูกจัดเก็บในฐานข้อมูลที่สามารถเรียกมาใช้ได้ เมื่อผู้ใช้เลือกดูวิธีการจัดการดินปัญหาจาก
หน้าต่างในรูปที่ 2-20 โปรแกรมย่อย ManDoc.exe จะแสดงรายละเอียดของการจัดการดินปัญหา
ที่เลือกดังแสดงในรูปที่ 2-21 ตามรูปแบบของเว็บ

รูปที่ 2-21 การแสดงผลการจัดการดินปัญหาในโปรแกรม SoilMan 1.0
จากนั้นหากผู้ใช้เลือกการจัดการปัญหาและเจาะจงกลุ่มชุดดิน เว็บจะแสดงการจัด
การถึงระดับชุดดินได้ (รูปที่ 2-22) ผู้ใช้ยังสามารถเรียกแสดงภาพประกอบโดยคลิกที่ชื่อของภาพ
การจัดการ (รูปที่ 2-23) ในกรณีที่ต้องการทราบรายละเอียดของแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ใช้จัดทำ
ทางเลือกในการจัดการสามารถทำได้โดยคลิกเลือกแหล่งข้อมูลที่ปรากฏอยู่ด้านล่างของแต่ละการ
จัดการ (รูปที่ 2-24)

รูปที่ 2-22 การแสดงผลการจัดการดินปัญหาในระดับกลุ่มชุดดิน

รูปที่ 2-23 การเรียกแสดงภาพการจัดการดินปัญหา

รูปที่ 2-24 การเรียกแสดงแหล่งข้อมูลและเอกสารอ้างอิงในการจัดการดินปัญหา
ในกรณีที่ผู้ใช้ประสงค์จะปลูกพืชอื่นที่ยังไม่ปรากฏในพื้นที่เป้าหมายและต้องการทราบว่า
มีวิธีการจัดการดินที่มีปัญหานั้นอย่างไร ผู้ใช้สามารถเลือกเมนูย่อย แสดงปัญหาดินถ้าปลูกพืชอื่น
โปรแกรมจะแสดงหน้าต่างเลือกกลุ่มการใช้ที่ดินและชนิดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ผู้ใช้สามารถเลือก
ประเภทของปัญหาดินและการจัดการดินปัญหาถ้าปลูกพืชอื่นที่ไม่ปรากฏบนพื้นที่นั้น (รูปที่ 2-25)

รูปที่ 2-25 หน้าต่างการจัดการดินเมื่อใช้ดินปลูกพืชอื่นที่ไม่ปรากฏในพื้นที่เป้าหมาย
โปรแกรม SoilMan 1.0 ในส่วนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานของกรมพัฒนาที่ดินใน
การขยายผลเทคโนโลยีการจัดการดินปัญหาโดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยพืชสดและการป้องกันการชะล้าง
พังทลายดินซึ่งกรมพัฒนาที่ดินได้วิจัยและทดสอบมาเป็นเวลานาน ผู้ใช้สามารถเลือกเทคโนโลยี
การจัดการดินได้จากเมนู ขยายผลวิธีการจัดการดิน (รูปที่ 2-3) จากนั้นจึงเลือกเมนูย่อยเพื่อ
เลือกเทคโนโลยีเฉพาะ เช่น ถ้าเลือกการใช้ปุ๋ยพืชสด โปรแกรมจะรอให้ผู้ใช้ระบุว่าจะใช้ปุ๋ยพืชสด
กับดินที่มีปัญหาอินทรียวัตถุต่ำ ดินเปรี้ยวจัด ดินกรด หรือดินทราย หรือดินที่มีปัญหาดังกล่าวทั้ง
หมด (รูปที่ 2-26) จากนั้นผู้ใช้จะต้องเลือกกลุ่มพืชที่ต้องการ (ข้าว พืชไร่ ไม้ผล หรือไม้ยืนต้น)
ในกรณีที่จะใช้ปุ๋ยพืชสดในนาข้าว ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้กับนาข้าวที่ปลูกบนดินปัญหา
ประเภทใดหรือใช้กับนาข้าวทั้งหมด จากนั้นผู้ใช้จะต้องระบุว่าจะใช้ค่าความยาวฤดูปลูกเท่าใดเป็น
เงื่อนไขในการวิเคราะห์พื้นที่ที่มีศักยภาพในการใช้ปุ๋ยพืชสด เนื่องจากพืชปุ๋ยสดต้องการระยะเวลา
อย่างน้อย 45-60 วันในการเจริญเติบโตก่อนถูกไถกลบในนาข้าว

รูปที่ 2-26 หน้าต่างการเลือกเทคโนโลยีการใช้ปุ๋ยพืชสดตามดินปัญหาและพืชที่ปลูกเพื่อขยายผลในพื้นที่เป้าหมาย
ความยาวของฤดูเพาะปลูกอาจคาดคะเนได้จากการกำหนดวันเริ่มต้นและสิ้นสุดของฤดูปลูก
โดยใช้ปริมาณน้ำฝนและการคายระเหยน้ำ การคาดคะเนอาจทำได้หลายวิธี เช่น Markov Chain
Probability Analysis (Virmani et al., 1982; Vorasoot et al., 1985), วิธีของ Stern et al. (1972) และ
วิธีการที่เสนอโดย FAO (1978) เป็นต้น ในระบบ SoilMan 1.0 การประเมินช่วงฤดูปลูกดำเนินการ
โดยใช้ข้อมูลน้ำฝนเฉลี่ยทุก 10 วันในรอบปีมาคาดคะเนวันเริ่มต้นฤดูปลูกด้วยเทคนิค Forward
accumulation (Kassam et al.,1977) ซึ่งเป็นการคำนวณปริมาณน้ำฝนสะสมโดยเริ่มจาก 10 วันแรก
ของปี สะสมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงช่วงที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมอย่างน้อย 75 มิลลิเมตร จึงกำหนด
ให้เป็นวันเริ่มของฤดูปลูกของพืชไร่ ส่วนวันสิ้นฤดูปลูกจะคาดคะเนด้วยวิธีการ ?Backward
accumulation? ซึ่งเป็นการคำนวณปริมาณน้ำฝนสะสมโดยเริ่มจาก 10 วันสุดท้ายของปีและทำการ
สะสมกลับ จนกระทั่งถึงช่วงที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมอย่างน้อย 100 มิลลิเมตร จึงกำหนดให้เป็น
วันสิ้นสุดของฤดูปลูก วิธีการนี้ได้นำมาใช้ในการประเมินช่วงฤดูปลูกพืชเชิงพื้นที่สำหรับข้าวใน
โครงการวิจัยนี้ เพื่อช่วยในการหาพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกพืชปุ๋ยสดโดยมีขั้นตอนดังนี้
1. นำข้อมูลน้ำฝนเฉลี่ยทุก 10 วัน ในรอบปีของแต่ละสถานี จากสถานีน้ำฝนทั้งหมด
680 สถานีทั่วประเทศไทย ซึ่งรวมถึงสถานีในประเทศใกล้เคียงที่อยู่ตามแนวชายแดน
เช่น มาเลเซียและพม่า เป็นต้น มาประเมินหาวันเริ่มฤดูปลูก โดยวิธีการ ?Forward
accumulation? และวันสิ้นสุดฤดูปลูกโดยวิธีการ ?Backward accumulation?
2. หาช่วงความยาวของฤดูปลูก (จำนวนวัน) ที่เหมาะสมกับการปลูกพืชเศรษฐกิจของ
แต่ละสถานี ซึ่งคำนวณจากระยะเวลาระหว่างวันเริ่มต้นฤดูปลูกถึงวันสิ้นฤดูปลูก
3. แปลงข้อมูลช่วงความยาวของฤดูปลูกของแต่ละสถานีให้อยู่ในรูปของข้อมูลเชิงพื้นที่
4. ประมาณค่าเชิงพื้นที่ (Spatial Interpolation) เพื่อแปลงค่าข้อมูลความยาวของฤดู
ปลูกจากข้อมูลน้ำฝนประจำสถานีอุตุนิยมวิทยาให้เป็นข้อมูลเชิงพื้นที่แบบต่อเนื่อง
โดยวิธีการ Inverse Distance Weighted Interpolation
5. จัดเก็บเป็นแผนที่แสดงช่วงความยาวของฤดูปลูก (จำนวนวัน) เชิงพื้นที่ในระบบ GIS
ในกรณีของการขยายผลเทคโนโลยีปุ๋ยพืชสด พื้นที่ที่มีฤดูปลูกไม่ยาวนาน เช่น 150 วัน
โอกาสที่จะใช้ปุ๋ยพืชสดในนาข้าวมีน้อยเนื่องจากข้าวต้องการเวลาอย่างน้อย 100-150 วันในแปลง
นาขึ้นอยู่กับพันธุ์ข้าวและวิธีการปลูกข้าวว่าใช้วิธีการหว่านหรือดำนา เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้
กับผู้ใช้ โปรแกรมจึงให้ผู้ใช้ระบุความยาวของฤดูปลูกตามประสงค์ได้ ตัวเลขนี้ควรรวมระยะเวลาที่
พืชปุ๋ยสดอยู่ในแปลงก่อนไถกลบและระยะเวลาระหว่างเตรียมแปลงปลูกข้าวจนถึงเก็บเกี่ยวข้าว
ตัวอย่างในรูปที่ 2-26 เป็นการเลือกใช้ปุ๋ยพืชสดกับนาข้าวทั้งหมด โดยกำหนดให้พื้นที่เหมาะสม
จะต้องมีความยาวฤดูปลูกอย่างน้อย 180 วัน เมื่อกดปุ่มตกลงเลือกพื้นที่ โปรแกรมจะทำการ
วิเคราะห์พื้นที่ตามเงื่อนไขและแสดงผลพื้นที่มีศักยภาพในการขยายผลการใช้ปุ๋ยพืชสดในนาข้าว
ดังรูปที่ 2-27 สำหรับกรณีของพืชไร่ ไม้ผล และไม้ยืนต้น โปรแกรม SoilMan 1.0 ไม่ได้เอาความ
ยาวฤดูปลูกมาเป็นเงื่อนไข เนื่องจากพืชไร่ส่วนใหญ่มีฤดูปลูกสั้นกว่าข้าว และพืชปุ๋ยสดเมื่อปลูก
ร่วมกับพืชไร่ใช้ระยะเวลาไม่เกินความยาวฤดูปลูกโดยทั่วไปอยู่แล้ว แต่ผู้ใช้สามารถเลือกประเภท
ดินปัญหาที่ต้องการใช้ปุ๋ยพืชสดได้เหมือนในกรณีนาข้าว รูปที่ 2-28 เป็นผลของการเลือกพื้นที่
ขยายผลเทคโนโลยีปุ๋ยพืชสดสำหรับพืชไร่ในพื้นที่เป้าหมาย

รูปที่ 2-27 แสดงผลการวิเคราะห์พื้นที่ที่มีศักยภาพในการขยายผลการใช้ปุ๋ยพืชสดในนาข้าว

รูปที่ 2-28 ผลการวิเคราะห์พื้นที่ขยายผลเทคโนโลยีปุ๋ยพืชสดสำหรับพื้นที่ปลูกพืชไร่
สำหรับการขยายผลการใช้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อป้องกันปัญหาการชะล้างพังทลาย
ดินนั้น ผู้ใช้สามารถเลือกการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ต้องการ โปรแกรมจะทำการวิเคราะห์พื้นที่
เหมาะสมกับประเภทการอนุรักษ์ดินและน้ำตามเกณฑ์ของกรมพัฒนาที่ดินดังรายละเอียดใน
ตารางที่ 2-1 ตัวอย่างผลของการวิเคราะห์พื้นที่ที่มีศักยภาพในการใช้วิธีการอนุรักษ์ดินที่ต้องการ
แสดงในรูปที่ 2-29 และรูปที่ 2-30


รูปที่ 2-29 ตัวอย่างการเลือกวิธีอนุรักษ์ดิน

รูปที่ 2-30 ผลของการวิเคราะห์พื้นที่ที่มีศักยภาพในการใช้วิธีการอนุรักษ์ดินที่ต้องการ