น้ำผึ้ง หรือ สายน้ำผึ้ง คือชื่อพื้นเมืองของต้นรวงผึ้ง ไม้หอมที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย พบมากในป่าทางภาคเหนือ สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000-1,100 เมตร เป็นพันธุ์ไม้พวกเดียวกับปอกระเจาและตะขบฝรั่ง
                ดอกรวงผึ้งจะเบ่งบานในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ผลิดอกได้นาน 7-10 วัน เมื่อดอกสีเหลืองบานพร้อมกันทั้งต้น จะดูงดงามอร่ามตา และส่งกลิ่นหอมชื่นใจตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ต้นรวงผึ้งยังมีความสำคัญ คือ เป็นพรรณไม้ประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องด้วยดอกรวงผึ้งมีสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ และผลิดอกช่วงวันพระราชสมภพพอดี เมื่อพระองค์เสด็จฯ กอปรพระราชกรณียกิจตามสถานที่ต่าง ๆ ก็จะทรงปลูกต้นรวงผึ้งพระราชทานไว้เพื่อเป็นตัวแทนแห่งพระองค์ท่านและเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ราษฎร
ชื่อพื้นเมือง :
 ดอกน้ำผึ้งและสายน้ำผึ้ง (เหนือ) , น้ำผึ้ง (กรุงเทพฯ)
ชื่อวิทยาศาสตร์ :
 Schoutenia glomerata King spp. peregrina Roekm.
ชื่อวงศ์ :
Tiliaceae
 
ชื่อสามัญ :
Yellow star
ชนิดพืช :
ไม้ต้น
ขนาด :
สูงไม่เกิน 10 เมตร
สีดอก :
สีเหลือง
ฤดูที่ดอกบาน :
กรกฎาคม - สิงหาคม
อัตราการเจริญเติบโต :
ปานกลาง
ลักษณะนิสัย :
ขึ้นได้ในดินทั่วไป
ความชื้น :
ปานกลาง
แสง :
แดดเต็มวัน
ลักษณะของต้นรวงผึ้ง  
ลักษณะทั่วไป :
ไม้ต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ เรือนยอดทรงกลม หนาทึบ เปลือกสีน้ำตาลปนขาว
ใบ :
ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ ใบรูปรีถึงรูปรีขอบขนาน ขนาด 1.5-3 เซนติเมตร ยาว 4-9 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ก้านใบมีขน ใบสีเขียวใต้ใบสีอ่อนกว่าและมีเกล็ดเล็กๆ
ดอก :
สีเหลือง มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแน่นตามซอกใบบริเวณปลายกิ่ง โคนกลีบเลี้ยง เชื่อมกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก คล้ายรูปดาว ไม่มีกลีบดอก ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 1.5 ซม.
ผล :
ผลแห้ง แก่ไม่แตก ทรงกลม ขนาด 0.5-1 เซนติเมตร มีขน
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ :
ปลูกประดับสวน ดอกสวยออกเต็มต้น มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ปลูกเลี้ยงง่าย ทนแล้งข้อดีของพันธุ์ไม้
   
ข้อดีของต้นรวงผึ้ง  
  - ออกดอกครั้งละมากๆ (เต็มต้น) เมื่อดินแห้งตามธรรมชาติ
  - เป็นพันธุ์ไม้หอมที่มีช่วงการปลูกกว้าง สามารถขึ้นได้ดีทั้งที่แห้งแล้งและที่ค่อนข้างชื้น
  - เป็นพันธุ์ไม้ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ไม่ต้องการการดูแลมาก ใบไม่ค่อยร่วง
  - เป็นพันธุ์ไม้ที่มีระบบรากดีมาก ไม่มีการหักโค่นของต้นขนาดใหญ่ ถึงแม้ว่าจะเป็นกิ่งที่ได้จากการตอน
   
ที่มาของข้อมูล : เว็บไซต์อุทยานหลวงราชพฤกษ์ URL : http://www.royalparkrajapruek.org/Knowledge/view/25