[ โปสเตอร์โครงการ ]   <<ก่อนหน้า   ||   หน้าถัดไป>>
31. นายประสมศรี พรมแป้นดี
          หมอดินอาสาประจำอำเภอเสนางคนิคม     จังหวัดอำนาจเจริญ
ประสบการณ์ และความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ
           - ได้รับรางวัลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการพัฒนาชุมชนดีเด่นระดับอำเภอ ปี 2543
           - ได้รับรางวัลชมเชย ในการประกวดข้าวหอมมะลิอินทรีย์จังหวัดอำนาจเจริญ ปีการเพาะปลูก 2540/2541
           - ได้รับรางวัลที่ 3 ในการประกวดข้าวหอมมะลิจังหวัดอำนาจเจริญ ปี 2538
           - ปัจจุบันได้ทำการปรับปรุงพื้นที่ 18 ไร่ จัดการทรัพยากรที่ดินโดยใช้ผลิตภัณฑ์ของกรมพัฒนาที่ดิน จึงสามารถทำการปลูกผักอินทรีย์แบบผสมผสาน และผลิตข้าวอินทรีย์ ทำให้เกิดรายได้ต่อปีประมาณ 1,940,130 บาท
           - เป็นจุดถ่ายทอดและเรียนรู้แก่เกษตรกรเป็นอย่างดี
           - เป็นแบบอย่างที่ดีและขยายผลไปยังเกษตรกรพื้นที่ข้างเคียง
 
     
32.  นายคำดี สายแวว
          หมอดินอาสา   บ้านอ่างศิลา   ตำบลบางศิลา   อำเภอพิบูลมังสาหาร    จังหวัดอุบลราชธานี
ประสบการณ์ และความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ
           เปลี่ยนแปลงพื้นที่เพาะปลูกจากเดิมเคยทำเกษตรเคมีปัจจุบันเป็นเกษตรอินทรีย์ ยึดรูปแบบการดำรงชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
           บทบาทและการมีส่วนร่วมในสังคม
           เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ 4 สมัย เป็น อสม. ประธานกองทุนเงินกู้หมู่บ้าน แนะนำถ่ายทอดความรู้ให้ชุมชนดำเนินการเกษตรอินทรีย์ทดแทนการใช้สารเคมี
           แนวคิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง
           เป็นทางเลือกของเกษตรกรที่สมควรอย่างยิ่งที่จะยึดถือเป็นแบบอย่างและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ต่อหน่วยพื้นที่ให้สูงขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ของประเทศ
 
   
33. นายสุปัน มาตงามเมือง
           หมอดินอาสาประจำจังหวัด    จังหวัดกาฬสินธุ์
ประสบการณ์ และความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ
           - ประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดินให้แก่เกษตรกรในพื้นที่
           - สาธิตการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการปลูกไม้ผล
           - สาธิตการปลูกข้าวโดยใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยหมัก
           - สาธิตการผลิตปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ จากสารเร่ง พด.1 - 7
           - จัดทำแปลงสาธิตการทำเกษตรอินทรีย์ (ลดใช้สารเคมี) ปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ
           - สาธิตการปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ
 
   
34. นายวินัย สมศักดิ์
           หมอดินอาสา    บ้านละหานนา   ตำบลละหานนา   อำเภอแวงน้อย   จังหวัดขอนแก่น
ประสบการณ์ และความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ
           - เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขา การพัฒนาที่ดิน ปี 2550
           - หมอดินอาสาดีเด่นของกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2550
           - ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
           - รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ระดับจังหวัด สาขาไร่นาสวนผสม ปี พ.ศ.2540- 2541 และปี พ.ศ. 2548
           - รางวัลรองชนะเลิศระดับภาค สาขาไร่นาสวนผสม ปี พ.ศ. 2540
           - ผู้นำเกษตรกรดีเด่นเขียวขจี อันดับที่ 1 ปี พ.ศ. 2548
           - ผู้นำอาชีพเกษตรก้าวหน้า อันดับที่ 2 ปี พ.ศ. 2548
           - ผู้ทรงคุณวุฒิ /กรรมการหมู่บ้าน /กรรมการศึกษาโรงเรียนละหานนา ปี พ.ศ. 2540 – 2542
           - อนุกรรมการ อำเภอ / จังหวัด / วาระแห่งชาติเกษตรอินทรีย์
           - ประธานศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร
           - ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
           - กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการกลางเกษตรระดับอำเภอ
           - ศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ (พืช / สัตว์ )
           - วิทยากรเกษตรกรด้านการเกษตรร่วมกับหน่วยงานราชการ ทุกหน่วยงานในจังหวัด
 
   
35. นายคำสิงห์ มาลาหอม
           หมอดินอาสา   บ้านน้ำเที่ยง ตำบลหนองกุงสวรรค์  อำเภอโกสุมพิสัย  จังหวัดมหาสารคาม
ประสบการณ์ และความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ
            การเกษตรแบบเกษตรอินทรีย์ โดยไม่ใช้สารเคมีทุกชนิด ติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 ปีต่อเนื่องตลอดมาทำให้ลดต้นทุนการผลิต และสามารถรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ การดูแลรักษาดินให้อุดมสมบูรณ์ด้วยการใช้สารอินทรีย์ทุกชนิดที่มีอยู่ในพื้นที่ ได้แก่มูลสัตว์ต่างๆ เศษวัสดุเหลือให้ในไร่นา เช่นการไถกลบตอซังพืชหลังฤดูการเก็บเกี่ยวและการปลุกพืชปุ๋ยสดเพื่อการปรับปรุงบำรุงดิน และเพื่อการขยายพันธุ์ โดยนายคำสิงห์ มาลาหอม มีปณิธาน ที่แน่วแน่ว่า จะไม่ให้ มีควันไฟเกิดขึ้นในแปลงนาของตนเองอย่างเด็ดขาด ทำให้เพิ่มธาตุอาหารในดินรักษาชีวิตของดินเพราะดินเป็นบ่อเกิด ของแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค รักษาสมดุลทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน ทำให้ผลิตที่ได้ปลอดภัยจากสารพิษ และยังทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ด้านการทำเกษตรกรแบบเกษตรอินทรีย์ จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน อยู่เสมอ
 
   
36. นายถาวร เนื้อเย็น
           หมอดินอาสาประจำตำบลบ้านต้าย   อำเภอสว่างแดนดิน    จังหวัดสกลนคร
ประสบการณ์ และความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ
          ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยการทำการเกษตรแบบผสมผสาน เลิกใช้สารเคมี โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากสารเร่งพด. 2 พด.7 ปุ๋ยหมักปุ๋ยพืชสด ตลอดจนการใช้หญ้าแฝกในการฟื้นฟูสภาพ ของดิน และการอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยทำการเกษตรทั้งหมด 30 ไร่           จัดตั้งกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำเพื่อลดการใช้สารเคมีในตำบลบ้านต้าย 7 หมู่บ้าน
          - ผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากสารเร่ง พด.1 พด.2 พด.7 ใช้เองแจกจ่ายเกษตรกรทั่วไป
          - สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน จัดทำศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินประจำตำบลบ้านต้าย
          - เป็นวิทยากรหมอดินอาสาประจำตำบลและหน่วยงานราชการในอำเภอ
สว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร

   
37. นายเอก เพลิดนอก
           หมอดินอาสาประจำตำบลจุมพล    อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย
ประสบการณ์ และความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ
          - เป็นผู้ที่เผยแพร่การผลิตพืชแบบปลอดภัยจากสารพิษ โดยการส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ สารป้องกันแมลงศัตรูพืช รวมทั้งการส่งดินมาวิเคราะห์และการปรับปรุงบำรุงดินด้วยพืชปุ๋ยสด
          - เป็นผู้แนะนำส่งเสริมให้เกษตรกรลดการเผาตอซังข้าว และฤดูเก็บเกี่ยวโดยเน้นให้มีการไถกลบตอซังข้าวเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน
          - เป็นผู้ริเริ่มในการนำหญ้าแฝกมาปลูกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำและกระตุ้นส่งเสริม ให้ความรู้เรื่องประโยชน์หญ้าแฝกแก่เกษตรกรที่สนใจ
          - การเป็นวิทยากรในหน่วยงานต่างๆ
   
38. นายสิงทอง   นาชัย
           มอดินอาสาประจำหมู่บ้านทรัพย์ภูเก้า   ตำบลหนองเรือ   อำเภอโนนสัง  จังหวัดหนองบัวลำภู
ประสบการณ์ และความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ
            - นำความรู้และปัจจัยการผลิตด้านการพัฒนาที่ดินมาปรับใช้ในไร่นาอย่างได้ผลเป็นรูปธรรม
            - เป็นพื้นที่ตัวแทนระดับจังหวัด คือ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน และเป็น 80 หมอดินนำทิศสู่ชีวิตพอเพียงเฉลิมพระเกียรติฯ
            - การดำเนินการตามแนวพระราชดำริ   เป็นการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ทำให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น
   
39. นายประยงค์ ใจเป็น
           หมอดินอาสาประจำตำบลเชียงยืน อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
ประสบการณ์ และความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ
           การเริ่มทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้ภูมิปัญญาตัวเอง ตั้งแต่ พ.ศ. 2517 แนวคิดในการทำการเกษตรคือ การพึ่งพาอาศัยกันของธรรมชาติ จะเกิดความสมดุลในระบบนิเวศ การทำการเกษตรครั้งแรกมีรายได้เพียง ปีละ 3,000 – 4,000 บาท ในปี พ.ศ. 2520 เพิ่มเป็น 6,000 – 7,000 บาท ปี 2525 เพิ่มเป็น 10,000.- บาท ในปี 2530 เพิ่มเป็น 20,000.- บาท ในปี 2540 เพิ่มเป็น 500,000.- บาท และในปี 2549 มีรายได้จากการทำการเกษตรเกือบ 200,000.- บาท และคาดว่า ปี 2550 จำมีรายได้ไม่น้อยกว่า 200,000.- และในขณะเดียวกันสภาพพื้นที่และผลผลิตจากการทำการเกษตร ซึ่งได้รับการปรับปรุงอยู่ตลอดก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ เช่น นาข้าวก็ให้ผลผลิตสูงขึ้นอย่างพอใจ ไม้ผล, สวนหวาย, สวนไผ่ ให้ผลผลิตได้ตลอดปี ทำให้มีรายได้ตลอดปี และรายได้อีกส่วนมาจากการจำหน่ายปุ๋ยหมักที่ผลิตเอง ปีละ 100 ตัน ตันละ 2,000.- บาท
   
40. นายบุญทา พฤกษาฉิมพลี
          หมอดินอาสาประจำตำบลบ้านหลวง    อำเภอจอมทอง   จังหวัดเชียงใหม่   (โครงการหลวง)
ประสบการณ์ และความสำเร็จที่ภาคภูมิใจ
           ในปี พ.ศ. 2547 ได้มีโอกาสเข้าอบรมหมอดินดอยอาสาประจำหมู่บ้านและหมอดินดอยอาสาประจำตำบลของศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง ต่อมาได้รับคัดเลือกให้เป็นประธานหมอดินประจำตำบล การอบรมครั้งนี้ได้รับความรู้เกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยน้ำชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน ได้นำไปผลิตและทดลองใช้ปรากฏว่าได้รับผลตามที่อบรมมา เช่น พื้นที่ของกระผมใช้เป็นโรงเรือนปลูกดอกในปัจจุบัน ผมได้ให้นายทุนเช่า ในสัญญาระยะ 8 ปี เมื่อครบสัญญาแล้ว ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ เนื่องจากการใช้สารเคมีมาโดยตลอด ดังนั้นกระผมจึงได้นำความรู้จากการอบรมมาปรับปรุงพื้นที่โดยการ ใช้ปุ๋ยหมักจำนวน 2 ตัน หว่านให้ทั่วแปลงแล้วไถกลบได้ปลูกผักในระยะ 1 ครั้ง ผลผลิตไม่ดี กระผมจึงได้ใช้ปุ๋ยหมัก อีก 2 ตัน หว่านแล้วไถกลบจากนั้นก็ปลูกไม้ดอก ปรากฏว่าได้ผลพอสมควร กระผมจึงได้ใช้ปุ๋ยหมักอีกเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 2 ปี ปัจจุบัน พื้นที่ดังกล่าวสามารถปลูกดอกและพืชผักตามที่โครงการหลวงกำหนดไว้ 
   
 
[ โปสเตอร์โครงการ ]   <<ก่อนหน้า   ||   หน้าถัดไป>>